USA Visa – Toust B1/B2

0
1702

วีซ่า เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา


ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจที่ได้รับการพัฒนาแล้ว จึงทำให้การเดินทางเข้าประเทศนี้ต้องใช้วีซ่าค่ะ
การขอวีซ่า เพื่อเดินทางเข้า สหรัฐอเมริกา ทำได้ที่ สถานทูตอเมริกา ที่ กรุงเทพ และ สถานกงศุลที่จังหวัดเชียงใหม่

โดยต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าก่อนเท่านั้น

ประเภทของวีซ่า สำหรับเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาแบบชั่วคราว (แบบที่ได้รับความนิยม) มีดังนี้ค่ะ

วีซ่าธุรกิจ/นักท่องเที่ยว B1/B2

วีซ่านักเรียน F1
วีซ่าทำงาน

เรา มาเจาะลึก วิธีขอวีซ่า เอกสาร ที่ต้องใช้ และ ประสบการณ์สัมภาษณ์ กันเลยดีกว่าค่ะ


เริ่มต้นก่อนที่ วีซ่า ธุรกิจ/นักท่องเที่ยว B1/B2

วีซ่าประเภทนี้ ส่วนตัวแอดมิน มองว่าเป็นประเภทที่ขอได้ไม่ยากเลยค่ะ
ถ้าคุณมีเอกสารการที่พอจะยืนยันได้ว่าคุณมีอะไรอยู่ที่นี่ และมีความจำเป็นต้องกลับมาที่ประเทศไทยแน่นอน ที่พร้อมจะยื่นแก่สถานทูต ก็จะทำให้คุณขอวีซ่าได้ง่ายขึ้นค่ะ

หัวใจของการขอวีซ่าให้ผ่านได้อย่างไร้กังวลนั้น ง่ายมากค่ะ คุณต้องมีเอกสารการยืนยันสถานะต่างๆที่บอกว่า คุณพร้อมจะออกนอกประเทศของเขา เมื่อแผนการเดินทางสิ้นสุดลง และสามารถท่องเที่ยวอยู่ในประเทศของเขาได้อย่างไม่ติดขัดในด้านการเงิน เอกสารดังกล่าวก็จะเป็นแนว แบบใบจดทะเบียนการค้า ใบรับรองการทำงาน โฉนดที่ดิน ใบรับรองทางการเงิน (ยิ่งมีเยอะ โอกาสยิ่งง่าย)

ขั้นตอนการขอวีซ่า

อันดับแรก ก่อนอื่นเลย คือ สร้างโปรไฟล์ กรอกแบบฟอร์ม DS-160 จาก https://ceac.state.gov/genniv/  ใช้เวลานิดนึงนะคะ เพราะหลายหน้า และข้อมูลค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าไม่กรอกไม่เสร็จ สามารถกลับไปกรอกใหม่ได้ค่ะ โดยการจดเลขรหัสของฟอร์มนั้นไว้ค่ะ กดเซฟ แล้วใช้รหัสนั้นในการกลับเข้าไปกรอกใหม่ได้

เมื่อทำการกรอกเสร็จแล้ว ก็ต้องไปร้านถ่ายรูป เพื่อถ่ายรูป ที่ให้ได้มาตราฐาน ตามนี้นะคะ http://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-photoinfo.asp
เมื่อถ่ายเสร็จแล้ว ให้ร้านใส่ Flash drive มาให้เราค่ะ เราต้องใช้ไฟล์รูปในการ กรอก DS-160

เมื่อทำการกรอกทุกอย่างหมดแล้ว รูปก็อัพโหลดเสร็จแล้ว คราวนี้ก็ไปนัดสัมภาษณ์ที่เวป http://www.ustraveldocs.com/th/ แต่ต้องสมัคร Log In แล้วใช้ เลขรหัสของฟอร์ม DS-160 ในการนัดสัมภาษณ์ค่ะ  เมื่อกรอกเสร็จหมดแล้ว เราต้องปริ้นใบชำระเงินแล้วไปจ่ายเงินที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาค่ะ
คนละประมาณ 5000 บาทค่ะ เรทอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับ อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราด้วยค่ะ 
เมื่อจ่ายเงินเสร็จแล้วก็รอค่ะ รอประมาณหนึ่งวัน คุณจะได้รับอีเมล์ให้เราเลือกวันที่จะสัมภาษณ์ค่ะ
ก็เลือกวันและเวลาที่เราต้องการได้เลยค่ะ แต่เปลี่ยนแปลงได้ไม่เกิน สาม ครั้งนะคะ ไม่งั้น ต้องได้เสียค่าทำเนียมอีกรอบค่ะ

เอกสารที่เตรียมไป
– ใบ confirmation เป็นคล้ายๆใบปะหน้าใบเดียวค่ะ ที่จะปรากฏขึ้ย เมื่อกรอกฟอร์ม DS-160 เสร็จแล้ว ไม่ต้องปริ้น ฟอร์ม DS-160 ทั้งหมดไปนะคะ สถานทูตเค้ามีที่เรายื่นไปทางออนไลน์แล้วค่ะ
– ใบเสร็จธนาคารที่เราจ่ายเงิน
– ใบนัดคิวที่จะสัมภาษณ์ ปริ้นไปค่ะ
– พาสปอร์ตตัวจริง ที่มีหน้าว่าง และควรมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน
– รูปถ่าย ขนาด 2นิ้วx/นิ้ว  พื้นหลังสีขาวเท่านั้น
– ใบรับรองการทำงาน หรือ ใบจดทะเบียนพานิชย์
– โฉนดที่ดิน หรือ ใบทะเบียนรถ  (ถ้ามี) ทะเบียนสมรส รูปแต่งงาน (ถ้ามี)
– โปรแกรมการเดินทาง ใบจองโรงแรม ใบจองตั๋วเครื่องบิน

ในตอนสัมภาษณ์จริงๆ เจ้าหน้าที่อาจจะขอดูไม่เยอะ แต่เราควรเตรียมไว้ดีกว่าค่ะ เผื่อเค้าขอเรียกดู จะได้มีพร้อม และไม่เสียเงินห้าพันฟรีๆ ถ้าไม่ผ่าน

วันสัมภาษณ์

วันที่แอดมินไปสัมภาษณ์ที่สถานกงศุลเชียงใหม่ และไปก่อนเวลาพอสมควร เกือบชั่วโมงเลยค่ะ แต่ก็ดีแล้วที่มาเช้า เพราะเข้าไปต้องเอาบัตรคิวอยู่ดี มาก่อนก็ได้คิวก่อน

ผ่านจุดรักษาความปลอดภัยมาแล้ว เอากระเป๋าเข้าอะไรได้ทุกอย่าง ยกเว้นมือถือ และอุปกรณ์อิเลกทรอนิคทุกชนิดค่ะ
เข้าไปถึงก็จุดตรวจเอกสาร แจกบัตรคิวแล้วก็นั่งรอเรียกไปปั๊มลายนิ้วมือ เสร็จแล้ว ก็รอเรียกสัมภาษณ์อีกทีนึงค่ะ

ถึงเวลาสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่เป็นคนอมริกันผู้ชาย หน้าตาก็ไม่ได้ยิ้มแย้มอะไร ถามน้อยมาก ไปที่ไหน ไปทำไม
ไปนานแค่ไหน ทำงานอะไร แล้วก็ขอดูเอกสารทางการเงิน แล้วก็บอกว่าผ่านเลยค่ะ ได้วีซ่าท่องเที่ยวมา 10 ปีค่ะ ง่ายมากกกก


ส่วนตัวที่คิดว่าได้ง่ายเพราะในะพาสปอร์ตเดืนทางบ่อย
เงินในบัญชีพอมีค่ะ หลักแสนแต่ไม่ถึงล้านค่ะ
พูดจาฉะฉาน ตอบโต้ไว และแผนการท่องเที่ยวที่ชัดเจนค่ะ

ถ้ารู้แผนการท่องเที่ยวของตัวเองอย่างชัดเจน และมีวันที่จะกลับมาแน่นอน พร้อมเอกสารยืนยันว่าเรากลับมาแน่นอนนะ เช่น กลับมาทำงาน หรือมีธุรกิจอยู่ที่นี่ วีซ่าตัวนี้ผ่านไม่ยากค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here